ทุกวันนี้ไม่ว่าเราจะมองไปทางไหนรอบๆตัวเรา ถ้าสังเกตุให้ดีๆผู้คนในสังคมทุกๆคนเหมือนจะมีโล่หรือกำแพงขวางกั้นตัวเองออกจากผู้อื่น... เรากลัวคนแปลกหน้า....เรากลัววัตถุต้องสงสัย...เรากลัวการก่อการร้าย...เรากลัวแม้กระทั่งเพื่อนร่วมงาน (หรือเพื่้อนร่วมเรียน) บางคน... พวกเราเริ่มไม่ไว้ใจคนอื่น เราไม่เห็นอกเห็นใจผู้อื่น (ขอทาน? คนพิการที่นั่งอยู่ข้างถนน? คนขับ Taxi ที่เล่าถึงชีวิตที่ลำบากให้เราฟัง ? ) หรือแม้กระทั่งลูกหลานของเราก็ถูกเ้ราสอนให้อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า อย่าไปไหนตามลำพัง ....เราสอนให้ลูกของเรากลัวโลกภายนอก..

 

ทำไม ?  เป็นคำถามที่ผมคิดเสมอเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา....สังคมที่เปลี่ยนไป...หรือเพราะเหตุใดกันแน่... ทุกวันนี้หากผู้ชายคนนึงเกิดในอดีตเคยทำผิดด้วยข้อหาอะไรก็ตามหรือแค่เพียงเคยตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดี

 

คุณลองนึกภาพเหตุกาณ์ต่อไปนี้ดู....

คืนหนึ่งชายคนดังกล่าว (ซึ่งปัจจุบันเป็นคนดีแล้วใช้ชีวิตอย่างสงบธรรมดา) เกิดได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของหญิงสาวคนนึง....เค้ารีบวิ่งเข้าไปใน พงหญ้า ..... สิ่งที่เค้าพบกลับเป็นร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวคนนึง....รอบข้างกลับไร้วี่แววตัวผู้ก่อเหตุ ???  ผมขอถามว่าถ้าเป็นคุณๆจะทำยังไง

 

หรือว่ากลางดึกคืนหนึ่งคุณพบเห็นอุบัติเหตุทางท้องถนนชนแล้วหนี  ตัวคุณเองจะกล้าลงไปช่วยเหลือผู้โชคร้ายคนนั้นรึเปล่า ?? เค้าอาจตาย หรือจำไม่ได้ว่าใครชนแล้วหาว่าคุณเป็นคนชนเค้า ....

 

หรือถ้ามีหญิงสาวที่รถเสียอยู่ข้างทางคุณจะกล้าจอดช่วยเหลือเธอมั๊ย...(หรือถ้าคุณเป็นผู้หญิงคนดังกล่าวคุณจะกล้าไว้ใจชายที่มาช่วยเหลือรึเปล่า) ............

 

หากเราลองหยุดคิดสักนิดนึงแล้ว...เราจะพบว่าสังคมทุกวันนี้ช่างเต็มไปด้วยความกลัวและความไม่มั่นใจ เราไม่ชอบการสัมผัสกัน (ทั้งทางกายและทางใจ) ...คุณกอดพ่อกับแม่หรือญาติพี่น้องคุณบ่อยแค่ไหน หรือเอาแค่จับมือ ??? ผมเชื่อว่าคนบางคนเกิดมาทั้งชีวิตไม่เคยกอดคนที่เค้าบอกว่าัรัก  เอาแค่วันพ่อที่ผ่านมา คุณทำอะไรให้พ่อบ้างโทรไปหา?? (โดยไม่บอกอะไรสักคำ...แค่โทรไปหา) หรือไปเยี่ยม...เอาของไปฝาก...บอกให้ท่านสุขภาพแข็งแรง.... (หรือบางคนบอกรักพ่อผ่านทาง MSN ..ตั้งชื่อไว้บอกว่ารักพ่อมากนะครับ...แต่ไม่ยักกะบอกพ่อตัวเองจริงๆ)  ผมไม่ได้ว่าท่านๆที่มีเหตุนะ....ก็แล้วแต่ตัวท่านเถอะ

 

ทำไมทุกวันนี้เราไม่สัมผัสกัน? เพราะเรากลัว...กลัวคนอื่น...กลัวถูกทำร้าย...เรากลัวการถูกกล่าวหา ผมขอยกตัวอย่างเรื่องจริงเรื่องหนึ่งให้ได้ทราบกัน....

 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วหนูน้อย Abigail Rae วัย 2 ขวบผู้สดใสร่าเริงซุกซนเหมือนเด็กธรรมดาทั่วไป  พ่อแม่ของหนูน้อยเอาเธอไปฝากไว้ยัง Nursery ให้ช่วยดูแลเธอ....มาวันหนึ่งหนูน้อย Abigail ได้แอบหลบหนีออกมาจาก Nurseryจะด้วยความซุกซนทั่วไปหรือสาเหตุใดก็ตาม หนูน้อยออกเดินเล่นไปตามถนน....เพียงลำพัง

 

Clive Peachy หนุ่มช่างปูน ธรรมดาๆ ทั่วไป  มองเห็นหนูน้อยคนหนึ่้งกำลังเดินไปตามลำพังบนถนน เค้าไม่ได้เข้าไปหยุดเธอหรือถามเธอ สาเหตุ? เพราะเค้ากลัวกลัวว่าคนจะคิดว่าคนอื่นจะคิดว่าเค้ากำลังจะล่อลวงเธอ.....

 

หนูน้อย Abigail จมน้ำในสระและเสียชีวิตในเวลาต่อมา....

 

ทุกวันนี้เรามีคุณครูผู้ชายซึ่งสอนชั้นประถมหรือมัธยม ซึ่งไม่กล้าสัมผัสตัวเด็ก (ทั้งชายและหญิง) เพราะกลัว..ถูกกล่าวหาหรือนินทาว่าล่วงละเมิดเด็ก....ผลที่ตามมา.....หนูน้อยวัย 12 ซึ่งตกจากบันได...ขาหัก เจ็บปวดและหวาดกลัว แต่คุณครูผู้เป็นห่วงไม่อาจจะกอดหนูน้อยเพื่อปลอบโยนได้....เพราะกลัว...

 

ครั้งหนึ่ง...ตอนผมอยู่ในมหาวิทยาลัยในตอนเย็นแถวสนามบอล...รุ่นน้องหญิงคนนึงขี่มอไซค์มาแล้วเกิดล้ม...ท่อไอเสียรถถูกบริเวณน่องขาเธอ....เป็นแผลใหญ่มากกก....รุ่นน้องผมถูกรถล้มทับแล้วร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดพวกเรารีบวิ่งไปช่วยเหลือเธอ....รุ่นน้องอีกคนเอากล่องพยาบาลมาทำแผลเบื้องต้นให้เธอ....น้องของผมนอนอยู่บนพื้นหญ้า ภาพหนังของเธอที่ถูกความร้อนจากท่อไอเสียลอกเป็นแผ่นๆ เธอเจ็บปวดจากการทำแผลเธอร้องไห้ กำหมัดแน่น....ไม่มีรุ่นพี่ชายคนไหนสักคนที่ปลอบเธอ??? เพราะอะไร...ตัวผมเองเดินเข้าไปลูบหัวรุ่นน้องคนนั้นและได้แต่บอกเธอว่า เธอจะไม่เป็นไร ขาเธอจะต้องไม่เป็นแผลเป็น......ผมโกหกเธอ...

 

 

 ผมเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาด้วยจุดประสงค์ไร้สาระ....คือ...หากผู้ใดได้อ่านแล้วเกิดความรู้สึกว่าสิ่งที่ผมบอกท่านไว้เป็นจริง...หวังว่าครั้งหน้า...ท่านจะกอดคนที่ท่านรักไว้อย่างอบอุ่น......ครั้งหน้าหากท่านพบเห็นเพื่อนผู้เดือดร้อนความกลัวของท่านจะลดน้อยลง...ครั้งหน้าหากท่านเห็นหนูน้อยคนหนึ่งเดินอยู่ข้างทางคนเดียว....ท่านจะเดินเข้าไปถาม ......และสุดท้าย...ครั้งหน้าหากคนที่ท่านรัก...คนรู้จักของท่านทุกข์ใจ...เจ็บปวด...ไม่ว่าเค้าคนนั้นจะเป็นใคร....ท่านจะกุมมือเค้าไว้...กอดเค้า...แล้วเอ่ยเพียงคำสั้นๆ เบาๆ...เพียงแค่ว่า....มันจะไม่เป็นไร

 

 

edit @ 7 Dec 2008 22:00:54 by jokeboy